ชื่อโพสอาจเว่อร์ไปนิด จริงๆ ควรเป็น..หรือ Esquire ฉบับเดือนธันวาคม 2009 จะกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการ converge digital กับ print เพราะเล่มนี้ Esquire กล้าเอา AR หรือ Augmented Reality ยอดฮิตมาใช้จริงจัง และเป็นการเริ่มต้นที่กูัยังเคยคิดว่าน่าจะทำ (แต่เป็นกับหนังสือพวก zoo หรือ fhm อะไรพวกนี้)
AR ที่ทุกวันนี้เราคุ้นเคย มันเริ่มโผล่เข้ามาใน web เมื่อปีที่แล้ว และมาแบบ 3D นั่นคือ ส่องกระดาษที่มี pattern เข้าหา webcam แล้ว Flash Application ของเราก็จะ detect pattern ให้เจอเพื่อแสดงผลตัว 3D model หรืออะไรก็ตามที่ชวนให้คิดว่าต้องเป็น 3D (กล่องของขวัญ หุ่นยนตร์ สัตว์ประหลาด, …) แต่จริงๆ แล้วถ้า detect pattern เจอแล้ว การแสดงผลจะแสดงเป็นอะไรก็ได้ รวมถึง Video…
แต่ Flash technology ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ เลยทำให้ AR app ที่ Esquire ฉบับนี้เอามาใช้เป็นการเขียน software พิเศษ (โหลดมาลงเครื่องแล้วเปิดได้เลย ไม่ต้อง install) โดยเมื่อยกหนังสือหน้าที่มี pattern ขึ้นมาส่องที่ webcam ปุ๊บจะมีทั้งดาราโดดออกมาตะโกนเรียกร้องความสนใจ (หน้าปก) หรือมีดาราสาวเอ๊กซ์แตกเล่นมุข (และจะลามกขึ้นถ้าเล่นตอนหลังเที่ยงคืน!) หรือมีดาราเปลี่ยนชุดไปตามสภาพอากาศต่างๆ (เอียงหนังสือเพื่อเปลี่ยน season!) หรือฟังเพลง Jazz จาก column เพลง … เรื่องที่สำคัญสุดๆ ของ AR App นี้กูว่ามันคือ Experience ที่ smooth จริงๆ smooth ที่ว่าไม่ได้หมายถึง video มันไหลลื่นหรือไม่กระตุก แต่มันคือการที่ app แสดง video หรือภาพบนจอทันทีที่มัน detect pattern ใน webcam เจอโดยไม่จำเป็นต้องยก pattern ค้างเอาไว้ นั่นทำให้เราไม่ต้องพะวงกลัวว่า pattern จะหลุดจอแล้วภาพหรือ video จะหายไป งานนี้ขอยก credit ให้เจ้าพ่อ Experience Design แห่ง Barbarian ไปเลยละกัน อีกเรื่องที่น่าสนใจคือความเห็นจากพวก expert ทั้งหลาย (ซึ่งเร็วเหี้ยๆ) ก็เริ่มออกมาเม้นถึงงานนี้ว่า มันจะเจ๋งกว่านี้ถ้า app นี้ให้ประโยชน์กับ consumer มากกว่านี้ เช่น คนอ่าน Esquire สามารถลองของได้เลย เช่น overlay ภาพเนคไทขึ้นมาบน webcam เพื่อให้คนลองคลิกเปลี่ยนเนคไทไปเรื่อยๆ เพื่อดูว่าอันไหนเหมาะกับตัวเองมากที่สุด … แค่เม้นนี้ของมันก็เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้อีกเพียบ และนั่นก็หมายถึงเงินที่จะไหลมาเข้ากระเป๋า Esquire (และสำนักอื่นๆ) จาก brand ต่างๆ ที่อยากมาลง ad ไฮโซแบบนี้
ความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุดในโลกของออนไลน์จริงๆ ยินดีต้อนรับสู่ก้าวแรก (ที่กูคิดว่าสวยงามที่สุด) ของการจับมือร่วมกันระหว่าง digital และ print ซักที (แทนที่จะมาเถียงกันว่า print จะตายมั๊ย digital คุ้มมั๊ย บลา บลา..)
* เห็นยังว่า zoo น่าเอาไปทำแค่ไหน ซึ่งมันต้องดีกว่าแว่น 3 มิติเป็นไหนๆ เพราะเวลาอ่านตอนไม่มีแว่น เช่น ขี้อยู่ รูปแม่งก็เบลอจนไม่รู้เรื่อง เซ็งครับ … โพสนี้กูตั้งใจให้คนที่ zoo มาอ่านและรีบเอาไปทำเลย
zoo.in.th, zoo magazine, zoo thai, zoo zoo zooooooo zooooooooooooo, fhm, fhm thai, fhm magazine, maxim, maxim magazine <<<< นี่สำหรับให้ google index เอาไว้นะเพื่อนนะ

กะิริมจิ๊ 5:29 pm on November 19, 2009 Permalink
เซ็งเรื่อง ZOO เหมือนกัน!!!!
ตอนซื้อมาดีใจมากได้ดูหนังสือผู้ใหญ่แบบ 3มิติ อารามดีใจมากรีบฉีกพลาสติกปุ๊ป แว่นแม่งกระเด็นออกมาตกไปหลังตู้เย็นป้าปปปป! ยังไงหละ ก็ต้องเอาไปนั่งดูแบบเบลอๆ ต่อไป กลับไปซื้อก็ไม่มีแล้ว หมดกัน :_(