นั่งนึกอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีมั๊ย ใจนึงก็ไม่อยากเพราะเป็นคนไม่ได้บ้า Gadget เท่าไหร่ อีกใจนึงก็เขียนดีกว่า เพราะไอ้ที่เราจะเขียนมันไม่ได้เกี่ยวกับ Gadget ในแบบที่ว่าไอ้เครื่องนี่ทำไรได้ ทำไรไม่ได้นี่หว่า แต่มันเกี่ยวกับสงคราม!
ผมเป็นอีกคนนึงที่สนุกกับการเฝ้าดู Innovative Product ที่เกิดขึ้นมา ดูจากที่จั่วหัวเอาไว้ ถ้าเป็นไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ (จริงๆ มันก็แค่ปี 2 ปีเท่านั้นแหล่ะ) คงนึกไปถึง Nokia, Motorola, Samsung, Sony Ericsson หรือไม่ก็บริษัทที่ให้บริการเครือข่าย เช่นพวก Verizon, AT&T หรือบ้านเราก็ AIS, DTAC, TRUE แต่บริษัทที่ผมจะพูดถึงคือ Apple และ Google (โดยเฉพาะ Google)
ย้อนไปตั้งแต่สมัยมีข่าวว่า Apple จะทำโทรศัพท์ วงการมือถือและดีไซเนอร์ก็เต้นกันใหญ่ ดีไซเนอร์ทั่วโลกต่างก็คาดเดา และทำ design ของ iPhone ออกมากันสนุกมือ ไม่นานหลังจากนั้นก็มีกระแสข่าวว่า Google ก็จะทำโทรศัพท์เหมือนกัน ในตอนนั้นกระแสข่าวก็ยิ่งไปกันใหญ่ ถึงขั้นตั้งชื่อให้เลยว่า gPhone ทำให้กระแสข่าวและ Blog ทั่วโลกจับตามอง iPhone และ gPhone กันทุกวัน
พอ iPhone ออกมาลองเชิงได้แป๊บนึง iPhone 3G ก็คลานตามออกมา แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้บริษัทผู้ผลิตอย่าง Apple กับบริษัทเครือข่ายเช่น AT&T ประกาศเหยียบตีนกันโต้งๆ ด้วยการลดราคาเครื่องแต่ให้ AT&T ขายและให้บริการไปด้วยเลย ทำให้ผู้ใช้ถูกมัดมือโทรด้วยประการเช่นนี้ แถมมัดมือเหยียบตีนกันนานซะด้วย (ล่าสุดในบ้านเรากำลังลุ้นกันอยู่ว่าเจ้าไหนจะได้ไป แต่ SingTel เพิ่งได้ไป AIS เลยน่าจะเป็นตัวเก็ง) นอกจากนั้นยังมีอีกตลาด (ไม่นับ iTune) ที่ทำเงินให้ Apple ไปด้วยกันคือ Apple Store ซึ่งเป็นเหมือนแหล่ง Marketplace ที่ให้ผู้ใช้ iPhone เลือกช้อป app ที่ชอบไปใช้ และให้ Developer ขาย app ของตัวเองโดยแบ่งตังให้ Apple ไปกินทั้งขั้นทั้งล่อง
ส่วนตัวผม ภาพรวมของ iPhone คือ คนตัดสินใจเสียเงินซื้อใช้เพราะ product สวย ใช้งานง่าย (ถ้าจะบอกว่าง่าย หะหะ) ต่อเน็ตง่าย อันนี้สำคัญมาก เพราะเป็นประสบการณ์ตรงสำหรับผู้ใช้ low tech อย่างผม ผมไม่ค่อยได้เข้าเว็บด้วยมือถือ เรียกว่าไม่เคยใช้ประโยชน์จากมันเลยจะถูกกว่า แต่พอได้ใช้ iPhone ผมกลับต่อเน็ตไปแบบไม่รู้ตัว (พอรู้ตัวอีกที ก็สนุกกับการเปิดเว็บด้วย iPhone ไปแล้ว) อีกประเด็นคือ Application และ Games ที่มีจุดเด่นตรงการใช้ Feature ของเครื่องมาพัฒนาเป็น app และ game เช่น เกมเลี้ยงลูกเหล็กลงรู เกมแข่งรถ เวลาเล่นเราก็จะเอียงเครื่องขึ้นลง ซ้ายขวา โห เล่นเวลานั่งขี้สนุกกว่าอ่านหนังสือเป็นไหนๆ ครับ
คราวนี้มาดูฝั่ง Google กันบ้าง หลังจากมีกระแสข่าว Apple จะออก iPhone มาให้โลกตะลึง ข่าวอีกด้านนึงก็บอกว่า gPhone ก็จะมาเหมือนกัน ในตอนนั้นก็สนุกปากกันทั้งโลก คาดเดา ผสมกับข่าวรั่วนู่นนี่ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ จนกระทั่ง Google ขึ้นสังเวียนออกมาชกซ้ายว่าไม่มี gPhone หรอกดู๊ด และอัพเปอร์คัทขวาว่ามีแต่ Android เฟร้ยยย… แล้วไอ้ Android คืออะไร ผมเชื่อว่าหลายคนรู้จักมันน้อยกว่าตอนที่รู้ข่าว iPhone แน่ๆ (นี่เป็นสิ่งที่ Jobs ถนัด ยังไงก็ต้องยกให้เค้า) Android คือ ระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์ต่างหาก ไม่ใช่ชื่อโทรศัพท์ พูดง่ายๆ ก็คือถ้าเปรียบโทรศัพท์เป็นคอมพิวเตอร์ Android ก็คือ Windows นั่นแหล่ะ สิ่งที่ Google ย้ำนักย้ำหนากับ developer คือ Android เป็น mobile platform ที่เปิดให้ developer เขียนโปรแกรมพัฒนา app ได้โดยเสรีด้วยการใช้ SDK ที่ให้ดาวโหลดฟรี
แล้วทีนี้คำถามต่อไปคือ แล้วยังไง? … ที่ผมจั่วหัวว่า สงคราม มันเริ่มตรงนี้ครับ คือ ณ ตอนนี้ หมายความว่าตอนนี้ไม่มี gPhone แล้ว แต่กลับกัน มันจะมีเป็นสิบเป็นร้อย gPhone ในอนาคต ในขณะที่ iPhone มีแค่ iPhone จาก Apple (ถึงแม้ว่าจะมีของก๊อปเหมือนเด๊ะจากจีนก็ตาม ฮ่า ฮ่า ฮ่า) เหตุผลก็คือว่า ด้วยความที่พื้นเพ Google ไม่ได้สร้าง Product เป็นคอมพิวเตอร์ หรือ เครื่องเล่น mp3 แต่ Google ขายสิ่งที่จับต้องไม่ได้ และนั่นคือสิ่งที่ Google ถนัด Android ก็เป็นแบบนั้น เพราะมันคือ ระบบปฏิบัติการ ทำให้สิ่งที่แตกต่างจาก Apple คืองานของ Google จะต้องกล่อมให้บริษัทที่ผลิตโทรศัพท์นำเอา Android ไปใช้เป็น os ในโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ ของตัวเอง และในขณะเดียวกันก็ต้องกล่อมให้ Developer ทั่วโลกหันมาเริ่มพัฒนา Application ที่รันบน Android ด้วยการเสนอรางวัล 10 ล้านดอลให้กับผู้ชนะการแข่งประกวด Android app โฮ่ โฮ่ 10 ล้านดอล ถ้าไม่เรียกว่านี่คือสงครามก็ไม่รู้จะว่าอะไรแล้ว
เห็นได้ชัดว่า Google อยากให้ Nokia ก็ทำ gPhone, Moto ก็ทำ gPhone, Samsung ก็ทำ gPhone แต่ที่แน่ๆ HTC จะเป็นเจ้าแรกที่เตรียมตัวปล่อย HTC Dream โทรศัพท์ gPhone ที่รันด้วย Android ตัวแรกออกมา ถ้ามองในมุมมองผู้ใช้ Android ทำให้เกิดการหลากหลายมากกว่าสำหรับผู้ใช้ รวมถึง Developer ด้วย เพราะ Google เปิดเสรีให้ทำการตลาด app ตัวเอง แต่การที่จะดึงดูดให้ผู้ใช้หันมาเลือกใช้ Android Phone (เลือกเรียก gPhone แล้วนะ เพราะมันไม่มี ^^’) เป็นสิ่งที่ท้าทายกว่ามาก เพราะผู้ใช้ไม่สนหรอกว่าจริงๆ แล้วเบื้องหลังของมันคืออะไร เค้าอยากรู้แค่ รูปลักษณ์มันสวยรึเปล่า? จอใหญ่มั๊ย? มีปุ่มเยอะป่าว? ใช้นิ้วเขี่ยๆ แล้วจอเลื่อนๆ ได้มั๊ย? เอียงเครื่องแล้วบังคับรถแข่งได้รึเปล่า? ใช้สองนิ้วขยายรูปอวดแม่ได้มั๊ยท หรือมีโปรแกรมหรือเกมส์อะไรเจ๋งๆ เอาไว้หลอกแต๊ะอั๋งสาวได้รึเปล่า?
ถ้าผมเป็น Apple และอยากจะรบในสงครามนี้จริงๆ ในระยะยาว ผมจะหนาวและไม่แน่ ใครจะรู้ว่าท้ายที่สุด Jobs อาจเสนอขาย Apple ให้ Google ก็ได้ถ้า Google หาคนทำ device เจ๋งๆ ไม่ได้ เพราะตอนนี้ Google มีจิ๊กซออยูบนกระดานเยอะเหลือเกิน เห็นได้ง่ายๆ ว่าถ้าไม่มี Google ชีวิตคงจะแปลกๆไปเยอะ เพราะตั้งแต่ search ที่เราใช้กันทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง (ทั้ง text และ images) youtube ที่คนเข้ามาดูและ upload video กันวันละเป็นล้านๆ Blogger ที่คนเขียน blog กันวันละเป็นล้าน maps หรือ google earth ที่ส่องดูได้ทั่วโลก (รวมทั้ง street view ที่โคตรเหนือ) google reader ที่นับวันคนยิ่งใช้กันเยอะขึ้น เอาไว้อ่าน feed และ share กะเพื่อน Gmail, Gtalk, iGoogle, picasa , google desktop, google docs และอื่นๆ ทั้งใน labs และที่กว้านซื้อมาอีกโคตรเยอะ
ลองคิดเล่นๆ ว่า ถ้าคุณมีข้อมูลของบริการทั้งหมดที่พูดมานี้อยู่ในมือ คุณจะเอามาใช้ยังไงให้ Android ที่เป็นจิ๊กซอชิ้นสำคัญของคุณเกิด?
ถ้าเกิดในอนาคต google ออก os สำหรับคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อกับ Android มาแข่งกับ Windows หรือ Mac OS ล่ะ? แล้วถ้าเกิดโปรแกรมที่จะ install บน os นี้มันรันอยู่บนอินเตอร์เนท และเปิดเสรีให้ developer พัฒนาล่ะ?
ถ้าเกิดในอนาคต google ทำให้ search result เป็นแบบ digg จริงๆ อย่างที่เป็นข่าวล่ะ? ถึงตอนนั้น google จะรับรู้ได้ว่า แต่ละคนให้ความหมาย keyword อันนึงแตกต่างกันยังไง? แล้วที่สำคัญ google จะรู้ว่า “เรา” ชอบอะไร?
ถ้าเกิดในอนาคต เราเปลี่ยนวิธี search ใน google เป็นคำถามหรือคำสั่งแทนที่จะเป็น keyword เช่น “ขับรถไปเซ็นทรัลทางไหนเร็วสุด” หรือ “ไร้ท์แผ่นเพลงจาก top chart ให้แผ่นนึงดิ” หรือ “แถวนี้มีเสื้อลดราคาปะ” ล่ะ? – ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น google จะรู้เลยว่าเส้นทางไหนจากที่ทำงานหรือที่บ้านคุณไปเซ็นทรัลเร็วสุดที่คุณเลือก หรือ เพลงแบบไหนที่คุณชอบ หรือคุณชอบเสื้อยี่ห้อไหน …ยิ่งคุณใช้ google ยิ่งรู้
ถ้าเกิดในอนาคต (อันไม่ใกล้ แต่ไม่ไกล) google converge ทุกสิ่งที่มีเข้าด้วยกัน โดยที่ google ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ผลิต content แต่เป็นผู้เชื่อมโยงทุกอย่างให้กับผู้ผลิต content กับ consumer ล่ะ?
…ถึงตอนนั้นใครไม่พก Android ก็คงตลกเน๊าะ เพราะคุณได้ทุกสิ่งที่คุณต้องการ ในขณะเดียวกันคุณก็ให้ทุกสิ่งที่ Google ต้องการ ด้วยปลายนิ้ว (หรือเสียง) ของคุณเองนี่นา Win-Win !?!?
ข้อมูลวางอยู่บนเมฆบนท้องฟ้า แค่คว้าก็เจอ จะเอาอะไรล่ะ…?
(แล้วเว็บที่กูต้องทำในอนาคตมันจะเป็นยังไงวะ!!)
