Latest Updates: google RSS

  • Google Wave

    jepezi 1:59 am on June 3, 2009 | 0 Permalink | Reply
    Tags: google, googlewave

    โอย ไม่คิดว่าจะเขียนถึง google 2 post ติดๆ แต่อันนี้อยู่นิ่งไม่ไหวครับ เพราะหลังจาก 1 ชั่วโมง 20 นาทีที่นั่งดู Video Google Wave Developer Preview จบ ก็รีบหนีบเอาความตื่นเต้นมาเขียนเลย (ไม่งั้นพรุ่งนี้กูคงไม่มีเวลาอีก)

    พูดได้เลยว่า iphone คือวิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือ Google Wave คือวิวัฒนาการของอีเมล์และเวบบอร์ด

    Google Wave logo

    ผู้ชายผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจคนี้ เป็นคนเีดียวกับที่สร้าง Google Maps จนฮิต (แต่แม่งเล่นมุขแป้กทุกอัน) และกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการค้นหาตำแหน่ง บอกเส้นทาง ที่ตั้ง และต่อยอดไปจนถึงการ collaboration ต่างๆ ในครั้งนี้เค้าเกริ่นง่ายๆ แต่โคตรอหังการว่า Google Wave เป็นคำตอบของ Google ต่อคำถามที่ว่า email จะหน้าตาและทำงานอย่างไรถ้าถูกคิดค้นขึ้น ณ ตอนนี้…

    นี่คือ feature หลักๆ ของ Developer Preview ที่พอจะสรุปได้

    - to & from ของอีเมล์ กลายเป็นการ invite เพื่อนเข้าสู่ wave

    - email type conversation & instant messaging type conversation ด้วยกันใน wave (ถ้าออนไลน์ใน wave ทั้งคู่ จะคุยกันเหมือน chat, ถ้าเปิดมาดูทีหลัง จะเหมือนอีเมล์)

    - ทำอะไรปุ๊บ โผล่ปั๊บ live editing

    - inline reply (comment ตรงไหนก็ได้) & private reply

    - playback — feature ที่ดูเหมือนจะภูมิใจกันสุดๆ มันคือการกดปุ่ม play แล้ว wave จะเริ่มเล่น conversation ตั้งแต่ต้นจนจบ ให้เห็นว่าใครทำอะไรบ้างใน conversation นั้นๆ

    - drag&drop ไฟล์รูปภาพลง wave ทันที (และ update แบบ realtime กับ participants ของ wave นั้น)

    - copy บางส่วนของ wave ไปเป็น new wave

    - embed api (bloggy)– เอาไว้ embed wave ไปไว้ใน blog หรือ personal web ซึ่ง update realtime ถ้ามีคน update wave นั้นๆ

    - mobile browser version (แต่ใน preview มันยังไม่ได้ update realtime = , , =”)

    - collaboration & editing เหมือน wiki (โชว์ให้เห็นว่าใคร edit อะไร บรรทัดไหน และสุดท้ายกด playback เล่นดูได้)

    - organize wave ด้วย folder/ tag/ link wave (drag & drop)/ search (search result แม่ง update โคตรเร็ว)

    - spell checker extension (robots) แม่งโคตรเจ๋ง Icland is icland <== แก้เป็น ==> Iceland is island !!!

    - embed google search result ทั้ง link & image ลง wave ได้เลย

    - embed google maps ลง wave ได้เลย และ update realtime ถ้ามีคนกดซูม

    - เกมส์หมากรุก & sudoku

    - poll (extension api)

    - twitter extension (tweet ได้เลย, search ได้)

    - wave protocol ที่ทำให้ใครๆ ก็สามารถ set up ระบบ wave ของกลุ่มของตัวเองได้ และยังเชื่อมต่อกับ google wave ได้อีกด้วย

    นี่คือ video dev preview หรือคลิกที่ logo แล้วไปดูรายละเอียดต่อได้

     
  • หลังจากโครมก็เป็น 3d

    jepezi 12:00 pm on May 29, 2009 | 0 Permalink | Reply
    Tags: , google

    Google labs ปล่อย web api ชื่อ O3D สำหรับใช้สร้างงาน 3d interactive ใน browser

    ลองไปดูตัวอย่างได้ที่

    http://www.youtube.com/html5

    ส่วนหน้า api อยู่ที่นี่ ไปลองดูตัวอย่างงานกันด้ายยย http://code.google.com/apis/o3d/

     
  • Public Relations and Blog

    jepezi 12:32 am on September 3, 2008 | 0 Permalink | Reply
    Tags: chrome, google, PR

    ว่าจะอยู่นิ่งๆ (อีกแล้ว) ไม่แสดงความเห็นกับเรื่องนี้ แต่วันนี้มีประเด็นให้เขียนถึงจนได้

    (ประเด็นคือ 3-4 บรรทัดล่างสุด ใครขี้เกียจอ่าน scroll ลงไปเลยครับ!!! T,,T”)

    ย้อนไปเมื่อเร็วๆ นี้ วงการ tech blogger ดังๆ พากันแสดง ความเห็น ในเรื่องนี้กันอีกครั้งหลังถกเถียง กัน ไปแล้ว ในช่วงที่ blog เริ่มบูมแบบสุดๆ ที่มีข่าวว่า PR is Dead?

    เรื่องนี้ผมว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน PR เป็นการควบคุมจัดการ “ข่าว” ระหว่างองค์กรใดๆ ก็ตามกับสาธารณชน ซึ่ง “ข่าว” ที่ว่าก็มีทั้งดีและไม่ดี PR ทำหน้าที่ “ส่งข่าว” ที่ว่านี้ในแง่มุมที่ต้องการสื่อสารออกไปให้ไกลที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งนักข่าวก็จะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง เพราะคนทั่วไปรับข่าวสารจากทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ มากที่สุด … นี่คือพฤติกรรมปกติของคน แต่จากการที่ Internet เริ่มบูม consumer ก็เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม การเข้าถึง consumer ก็เริ่มเปลี่ยนไป และการรับข้อมูลข่าวสารของ consumer ก็เริ่มเปลี่ยนไป คนมันเล่น net เยอะขึ้น content ก็ถูกยัดเข้าไปเพิ่มขึ้น (พร้อมกับ advertising) ไปๆ มาๆ สื่อเดิมๆ พวกทีวี วิทยุ หนังสือ ก็ต้องเริ่มปรับตัวเองให้รับกับสถาพใหม่

    ไอ้ที่เค้าเถียงๆ กันตาม link ด้านบนก็เกิดขึ้นจากตรงนี้ เพราะเมื่อ Blog เกิดขึ้นมา กลายเป็นว่าใครก็เขียนอะไรลงไปก็ได้แล้วมีคนอ่าน แล้วผมเชื่อว่า Blog มันเกิดจากพวก Tech คนเขียน blog แรกๆ ก็ต้องเป็นพวก Tech Blogger และจากตรงนี้ที่ทำให้ Blogger เริ่มแพร่หลาย ขยายไปจนครอบคลุมหลาย Industry กลายเป็นว่า consumer สามารถเข้าถึง “ข่าว” ได้ง่ายสุดๆ และ nature ของฺ Blog มันมีความรู้สึกเป็นส่วนตัวอยู่ consumer ก็จะมองว่านี่เป็นการอ่านข่าวจาก “คน” ทำให้เปลี่ยนมุมมองจาก “ข่าว” เป็น “เรื่องเล่า” แทน (ถึงแม้ว่าจะมี Corporate Blogging หรือ Blogging เพื่อจุดประสงค์อื่น) และถ้าคนที่เข้ามาอ่านเป็น Blogger อยู่ด้วย ก็จะกลายเป็นเขียนเล่าต่อกันไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่า topic เรื่องนึง อาจจะีมีคน blog ถึงพัน หมื่น แสน คนโดยที่แต่ละคนก็อาจจะใส่ไข่ ผสมความคิดเห็นตัวเองลงไป ข้อมูลข่าวสารก็เลยจะมีหลายแง่มุมสุดๆ โดยอาจจะใช่หรือไม่ใช่แง่มุมที่องค์กรต้องการจะสื่อก็ได้ แต่ Blogger ดังๆ ก็จะเป็นแหล่งข่าวที่น่าสนใจที่สุด ในขณะที่ Blogger เหล่านี้รู้อยู่แล้วว่ามีคนติดตามเยอะ ก็ยิ่งทำให้การเขียนแต่ละเรื่องต้องหาข้อมูลให้แน่นที่สุดก่อน ถึงจะเขียน และถ้าแหล่งข่าวของ Blogger พวกนี้ก็เป็น Corporate Blog ขององค์กรอีก… นี่เลยน่าจะเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันว่า PR is dead? เพราะถ้าสรุปง่ายๆ ว่า Corporate หรือองค์กรตัดสินใจเขียน Blog ปุ๊บ Blogger ต่างๆ ก็จะมาคาบข่าวไปกระจายต่อกันเอง PR ก็น่าจะ dead จริงๆ??? … แต่ถ้าจะถกเรื่องนี้ ผมก็ยังไม่เห็นด้วยหรอก เพราะมันจำกัดแค่วงๆ หนึ่งเท่านั้นและมีความแตกต่างระหว่าง Culture ของแต่ละประเทศ, Consumer Behavior ,..

    ความเห็นผมคือ PR ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่จำเป็นต้องปรับตัว เหมือนอย่างที่ Advertising หรือ Marketing จำเป็นต้องปรับตัวแค่นั้น อาจจะมีคนเริ่ม และ้ถ้ามันเห็นผลชัดๆ คนอื่นก็เริ่มตาม ลูกค้าก็เริ่มเห็น จนมันกลายเป็นอีกหนึ่ง Tool ที่จะนำไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ …

    …เขียนทีก็แบบนี้ทุกที มีแต่น้ำ พอจะถึงประเด็นจริงที่ทำให้นึกเขียนเรื่องนี้ก็หมดแรง

    แต่น แต๊นนนนน…

    Google (แกล้ง)ปล่อยข่าว Google Chrome – browser สายพันธุ์ google ที่ลือกันข้ามปี – ในรูปแบบ Cartoon Comic เค้าก็บอกกันเองว่าการ์ตูนนี้ตั้งใจทำพิมพ์เป็นหนังสือให้ Press (และ Blogger!) แต่ผลจากการที่เอาลงเว็บ อย่างน้อยก็คิดดูละกันว่า… ผมยังได้อ่าน และจาก idea ขำๆ ทำเป็นการ์ตูน เชื่อว่าหลายคนต้องสนใจอ่านเล่นแน่นอน

    งานนี้ PR ของ Google … is dead หรือเค้าเก่งกันแน่น้ออ…

     
  • Mobile Phone War

    jepezi 3:17 am on August 17, 2008 | 0 Permalink | Reply
    Tags: android, apple, google,

    นั่งนึกอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีมั๊ย ใจนึงก็ไม่อยากเพราะเป็นคนไม่ได้บ้า Gadget เท่าไหร่ อีกใจนึงก็เขียนดีกว่า เพราะไอ้ที่เราจะเขียนมันไม่ได้เกี่ยวกับ Gadget ในแบบที่ว่าไอ้เครื่องนี่ทำไรได้ ทำไรไม่ได้นี่หว่า แต่มันเกี่ยวกับสงคราม!

    ผมเป็นอีกคนนึงที่สนุกกับการเฝ้าดู Innovative Product ที่เกิดขึ้นมา ดูจากที่จั่วหัวเอาไว้ ถ้าเป็นไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ (จริงๆ มันก็แค่ปี 2 ปีเท่านั้นแหล่ะ) คงนึกไปถึง Nokia, Motorola, Samsung, Sony Ericsson หรือไม่ก็บริษัทที่ให้บริการเครือข่าย เช่นพวก Verizon, AT&T หรือบ้านเราก็ AIS, DTAC, TRUE แต่บริษัทที่ผมจะพูดถึงคือ Apple และ Google (โดยเฉพาะ Google)

    ย้อนไปตั้งแต่สมัยมีข่าวว่า Apple จะทำโทรศัพท์ วงการมือถือและดีไซเนอร์ก็เต้นกันใหญ่ ดีไซเนอร์ทั่วโลกต่างก็คาดเดา และทำ design ของ iPhone ออกมากันสนุกมือ ไม่นานหลังจากนั้นก็มีกระแสข่าวว่า Google ก็จะทำโทรศัพท์เหมือนกัน ในตอนนั้นกระแสข่าวก็ยิ่งไปกันใหญ่ ถึงขั้นตั้งชื่อให้เลยว่า gPhone ทำให้กระแสข่าวและ Blog ทั่วโลกจับตามอง iPhone และ gPhone กันทุกวัน

    พอ iPhone ออกมาลองเชิงได้แป๊บนึง iPhone 3G ก็คลานตามออกมา แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้บริษัทผู้ผลิตอย่าง Apple กับบริษัทเครือข่ายเช่น AT&T ประกาศเหยียบตีนกันโต้งๆ ด้วยการลดราคาเครื่องแต่ให้ AT&T ขายและให้บริการไปด้วยเลย ทำให้ผู้ใช้ถูกมัดมือโทรด้วยประการเช่นนี้ แถมมัดมือเหยียบตีนกันนานซะด้วย (ล่าสุดในบ้านเรากำลังลุ้นกันอยู่ว่าเจ้าไหนจะได้ไป แต่ SingTel เพิ่งได้ไป AIS เลยน่าจะเป็นตัวเก็ง) นอกจากนั้นยังมีอีกตลาด (ไม่นับ iTune) ที่ทำเงินให้ Apple ไปด้วยกันคือ Apple Store ซึ่งเป็นเหมือนแหล่ง Marketplace ที่ให้ผู้ใช้ iPhone เลือกช้อป app ที่ชอบไปใช้ และให้ Developer ขาย app ของตัวเองโดยแบ่งตังให้ Apple ไปกินทั้งขั้นทั้งล่อง

    ส่วนตัวผม ภาพรวมของ iPhone คือ คนตัดสินใจเสียเงินซื้อใช้เพราะ product สวย ใช้งานง่าย (ถ้าจะบอกว่าง่าย หะหะ) ต่อเน็ตง่าย อันนี้สำคัญมาก เพราะเป็นประสบการณ์ตรงสำหรับผู้ใช้ low tech อย่างผม ผมไม่ค่อยได้เข้าเว็บด้วยมือถือ เรียกว่าไม่เคยใช้ประโยชน์จากมันเลยจะถูกกว่า แต่พอได้ใช้ iPhone ผมกลับต่อเน็ตไปแบบไม่รู้ตัว (พอรู้ตัวอีกที ก็สนุกกับการเปิดเว็บด้วย iPhone ไปแล้ว) อีกประเด็นคือ Application และ Games ที่มีจุดเด่นตรงการใช้ Feature ของเครื่องมาพัฒนาเป็น app และ game เช่น เกมเลี้ยงลูกเหล็กลงรู เกมแข่งรถ เวลาเล่นเราก็จะเอียงเครื่องขึ้นลง ซ้ายขวา โห เล่นเวลานั่งขี้สนุกกว่าอ่านหนังสือเป็นไหนๆ ครับ

    คราวนี้มาดูฝั่ง Google กันบ้าง หลังจากมีกระแสข่าว Apple จะออก iPhone มาให้โลกตะลึง ข่าวอีกด้านนึงก็บอกว่า gPhone ก็จะมาเหมือนกัน ในตอนนั้นก็สนุกปากกันทั้งโลก คาดเดา ผสมกับข่าวรั่วนู่นนี่ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ จนกระทั่ง Google ขึ้นสังเวียนออกมาชกซ้ายว่าไม่มี gPhone หรอกดู๊ด และอัพเปอร์คัทขวาว่ามีแต่ Android เฟร้ยยย… แล้วไอ้ Android คืออะไร ผมเชื่อว่าหลายคนรู้จักมันน้อยกว่าตอนที่รู้ข่าว iPhone แน่ๆ (นี่เป็นสิ่งที่ Jobs ถนัด ยังไงก็ต้องยกให้เค้า) Android คือ ระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์ต่างหาก ไม่ใช่ชื่อโทรศัพท์ พูดง่ายๆ ก็คือถ้าเปรียบโทรศัพท์เป็นคอมพิวเตอร์ Android ก็คือ Windows นั่นแหล่ะ สิ่งที่ Google ย้ำนักย้ำหนากับ developer คือ Android เป็น mobile platform ที่เปิดให้ developer เขียนโปรแกรมพัฒนา app ได้โดยเสรีด้วยการใช้ SDK ที่ให้ดาวโหลดฟรี

    แล้วทีนี้คำถามต่อไปคือ แล้วยังไง? … ที่ผมจั่วหัวว่า สงคราม มันเริ่มตรงนี้ครับ คือ ณ ตอนนี้ หมายความว่าตอนนี้ไม่มี gPhone แล้ว แต่กลับกัน มันจะมีเป็นสิบเป็นร้อย gPhone ในอนาคต ในขณะที่ iPhone มีแค่ iPhone จาก Apple (ถึงแม้ว่าจะมีของก๊อปเหมือนเด๊ะจากจีนก็ตาม ฮ่า ฮ่า ฮ่า) เหตุผลก็คือว่า ด้วยความที่พื้นเพ Google ไม่ได้สร้าง Product เป็นคอมพิวเตอร์ หรือ เครื่องเล่น mp3 แต่ Google ขายสิ่งที่จับต้องไม่ได้ และนั่นคือสิ่งที่ Google ถนัด Android ก็เป็นแบบนั้น เพราะมันคือ ระบบปฏิบัติการ ทำให้สิ่งที่แตกต่างจาก Apple คืองานของ Google จะต้องกล่อมให้บริษัทที่ผลิตโทรศัพท์นำเอา Android ไปใช้เป็น os ในโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ ของตัวเอง และในขณะเดียวกันก็ต้องกล่อมให้ Developer ทั่วโลกหันมาเริ่มพัฒนา Application ที่รันบน Android ด้วยการเสนอรางวัล 10 ล้านดอลให้กับผู้ชนะการแข่งประกวด Android app โฮ่ โฮ่ 10 ล้านดอล ถ้าไม่เรียกว่านี่คือสงครามก็ไม่รู้จะว่าอะไรแล้ว

    เห็นได้ชัดว่า Google อยากให้ Nokia ก็ทำ gPhone, Moto ก็ทำ gPhone, Samsung ก็ทำ gPhone แต่ที่แน่ๆ HTC จะเป็นเจ้าแรกที่เตรียมตัวปล่อย HTC Dream โทรศัพท์ gPhone ที่รันด้วย Android ตัวแรกออกมา ถ้ามองในมุมมองผู้ใช้ Android ทำให้เกิดการหลากหลายมากกว่าสำหรับผู้ใช้ รวมถึง Developer ด้วย เพราะ Google เปิดเสรีให้ทำการตลาด app ตัวเอง แต่การที่จะดึงดูดให้ผู้ใช้หันมาเลือกใช้ Android Phone (เลือกเรียก gPhone แล้วนะ เพราะมันไม่มี ^^’) เป็นสิ่งที่ท้าทายกว่ามาก เพราะผู้ใช้ไม่สนหรอกว่าจริงๆ แล้วเบื้องหลังของมันคืออะไร เค้าอยากรู้แค่ รูปลักษณ์มันสวยรึเปล่า? จอใหญ่มั๊ย? มีปุ่มเยอะป่าว? ใช้นิ้วเขี่ยๆ แล้วจอเลื่อนๆ ได้มั๊ย? เอียงเครื่องแล้วบังคับรถแข่งได้รึเปล่า? ใช้สองนิ้วขยายรูปอวดแม่ได้มั๊ยท หรือมีโปรแกรมหรือเกมส์อะไรเจ๋งๆ เอาไว้หลอกแต๊ะอั๋งสาวได้รึเปล่า?

    ถ้าผมเป็น Apple และอยากจะรบในสงครามนี้จริงๆ ในระยะยาว ผมจะหนาวและไม่แน่ ใครจะรู้ว่าท้ายที่สุด Jobs อาจเสนอขาย Apple ให้ Google ก็ได้ถ้า Google หาคนทำ device เจ๋งๆ ไม่ได้ เพราะตอนนี้ Google มีจิ๊กซออยูบนกระดานเยอะเหลือเกิน เห็นได้ง่ายๆ ว่าถ้าไม่มี Google ชีวิตคงจะแปลกๆไปเยอะ เพราะตั้งแต่ search ที่เราใช้กันทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง (ทั้ง text และ images) youtube ที่คนเข้ามาดูและ upload video กันวันละเป็นล้านๆ Blogger ที่คนเขียน blog กันวันละเป็นล้าน maps หรือ google earth ที่ส่องดูได้ทั่วโลก (รวมทั้ง street view ที่โคตรเหนือ) google reader ที่นับวันคนยิ่งใช้กันเยอะขึ้น เอาไว้อ่าน feed และ share กะเพื่อน Gmail, Gtalk, iGoogle, picasa , google desktop, google docs และอื่นๆ ทั้งใน labs และที่กว้านซื้อมาอีกโคตรเยอะ

    ลองคิดเล่นๆ ว่า ถ้าคุณมีข้อมูลของบริการทั้งหมดที่พูดมานี้อยู่ในมือ คุณจะเอามาใช้ยังไงให้ Android ที่เป็นจิ๊กซอชิ้นสำคัญของคุณเกิด?

    ถ้าเกิดในอนาคต google ออก os สำหรับคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อกับ Android มาแข่งกับ Windows หรือ Mac OS ล่ะ? แล้วถ้าเกิดโปรแกรมที่จะ install บน os นี้มันรันอยู่บนอินเตอร์เนท และเปิดเสรีให้ developer พัฒนาล่ะ?

    ถ้าเกิดในอนาคต google ทำให้ search result เป็นแบบ digg จริงๆ อย่างที่เป็นข่าวล่ะ? ถึงตอนนั้น google จะรับรู้ได้ว่า แต่ละคนให้ความหมาย keyword อันนึงแตกต่างกันยังไง? แล้วที่สำคัญ google จะรู้ว่า “เรา” ชอบอะไร?

    ถ้าเกิดในอนาคต เราเปลี่ยนวิธี search ใน google เป็นคำถามหรือคำสั่งแทนที่จะเป็น keyword เช่น “ขับรถไปเซ็นทรัลทางไหนเร็วสุด” หรือ “ไร้ท์แผ่นเพลงจาก top chart ให้แผ่นนึงดิ” หรือ “แถวนี้มีเสื้อลดราคาปะ” ล่ะ? – ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น google จะรู้เลยว่าเส้นทางไหนจากที่ทำงานหรือที่บ้านคุณไปเซ็นทรัลเร็วสุดที่คุณเลือก หรือ เพลงแบบไหนที่คุณชอบ หรือคุณชอบเสื้อยี่ห้อไหน …ยิ่งคุณใช้ google ยิ่งรู้

    ถ้าเกิดในอนาคต (อันไม่ใกล้ แต่ไม่ไกล) google converge ทุกสิ่งที่มีเข้าด้วยกัน โดยที่ google ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ผลิต content แต่เป็นผู้เชื่อมโยงทุกอย่างให้กับผู้ผลิต content กับ consumer ล่ะ?

    …ถึงตอนนั้นใครไม่พก Android ก็คงตลกเน๊าะ เพราะคุณได้ทุกสิ่งที่คุณต้องการ ในขณะเดียวกันคุณก็ให้ทุกสิ่งที่ Google ต้องการ ด้วยปลายนิ้ว (หรือเสียง) ของคุณเองนี่นา Win-Win !?!?

    ข้อมูลวางอยู่บนเมฆบนท้องฟ้า แค่คว้าก็เจอ จะเอาอะไรล่ะ…?

    (แล้วเว็บที่กูต้องทำในอนาคตมันจะเป็นยังไงวะ!!)

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
esc
cancel