จะมีสัก 1 วันไหมที่เราจะไม่ได้ยิน ไม่ได้เห็น การทำการตลาดทั้งทางตรงและทางอ้อมที่พุ่งเข้าหาตัวเรา? สมมติว่าคุณไม่ได้เปิดทีวี คุณก็ต้องเปิดวิทยุ ถ้าไม่ได้อยู่บ้าน ก็ต้องเห็นป้ายอะไรสักอย่างที่หน้าร้านอาแปะในซอยตอนออกจากบ้าน billboard ขนาดยักษ์เต็มเืมือง … หรือถึงแม้คุณไม่เห็นอะไรพวกนี้ สุดท้ายคุณเลี่ยงไม่ได้หรอกที่จะได้ยินคนรอบตัวคุณคุยถึงเรื่องต่างๆ ซึ่งแน่นอน คุณโดนจู่โจมทางอ้อม (จากนักการตลาดไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม) ไปเรียบร้อยแล้ว
ทุกวันนี้การตลาด การสร้าง brand กลยุทธต่างๆ ต้องเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงเพื่อให้ทันกับนิสัย พฤติกรรมของคน และไอ้พฤติกรรมพวกนี้ของคนมันก็เปลี่ยนตลอดเวลา ไม่ว่าจะโดยเวลา (เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน หะหะ) วัฒนธรรม สังคม และที่สำคัญที่สุดคือ เทคโนโลยี
ปัจจัยหลักที่ทำให้พฤติกรรมของคนเราทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไป คือ เทคโนโลยี หรือ สินค้าต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกสินค้า innovative ทั้งหลาย การตลาดจะเป็นตัวช่วย ช่วยทำทุกอย่าง ทุกวิธี เพื่อจุดประสงค์เดียวคือ ทำให้คนควักตัง ไม่ว่าจะใช้กลยุทธอะไรก็ตาม จุดประสงค์นี้ก็ไม่เปลี่ยน ในขณะที่โลก hi speed กำลังหมุนไปทุกวันนี้ การเปิดตัวสินค้าหรือบริการอะไรที่โยนๆ ขึ้นไปไว้บนนั้น แล้วรอให้คนมาสอยไปใช้มันเหนื่อยเกินไปแล้ว ลองไปเดินเทสโก้แล้วเลือกเข้าซักมุมนึง เอาเป็นกระดาษทิชชู่ก็ได้.. คุณจะเลือกหยิบยี่ห้ออะไร? หรือถ้าคุณเป็นเจ้าของยี่ห้อทิชชู่สักยี่ห้อนึง คุณจะทำอย่างไรให้คนเลือกหยิบของคุณจากตัวเลือกมหาศาล? วิธีที่ได้ผลคือ ทำให้ตัวคุณแตกต่าง แต่นั่นคือสิ่งที่ทุกยี่ห้อก็รู้และพยายามทำอยู่แล้ว ประเด็นคือแตกต่างอย่างไร? อีกวิธีที่น่าสนใจคือ สร้างอาณาจักร… อาณาจักรที่ทำให้สินค้าและบริการของคุณพุ่งเข้าหาคน ยิ่งใกล้ตัวเท่าไหร่ ยิ่งได้ผล วิธีนี้อาจต้องใช้ทุนเยอะหน่อยเพราะการสร้างอาณาจักร นั่นหมายความว่าคุณไม่ได้ผลิตทิชชู่ และกล่องใส่ทิชชู่อย่างเดียว คุณต้องผลิตกล่องทิชชู่ที่ดักจับอุณหภูมิของคนที่อยู่รอบข้าง ถ้าร้อนขึ้น อาจจะแปลว่ามีการเผาผลาญอะไรสักอย่าง เช่น กิน หรือ ร้อน เมื่อนั้นกล่องจะส่งเสียงที่เจ้าของชอบ (เสียงที่อัดเองได้ หรือมีตัวเลือกให้เลือก) พร้อมกับเด้งทิชชู่ ให้ลอยมาตกในมือคุณพอดี นอกจากนั้นกล่องทิชชู่นี้ต้องฟังเพลงได้ มี bluetooth สำหรับถ่ายโอนไฟล์เพลงจากคอมได้ หรือ กล่องนี้ต้องส่งกลิ่นที่คุณสามารถเลือกกลิ่นได้จาก catalog online ดมก่อนซื้อได้ ลืมบอกไปว่ากล่องทิชชู่ที่ว่านี้ต้องขนาดไม่ใหญ่เกินไป เพราะมันเอาไว้พกพา ไม่ใช่ตั้งไว้ในบ้านหรือในรถ มันจะไปกับคุณทุกที่ ถ้าให้ดีมันต้องใช้โทรศัพท์ได้ด้วย … ทั้งหมดนี้คืออาณาจักรทิชชู่ของคุณ แค่นี้ทิชชู่คุณก็จะโดดเด่น แตกต่างจากคู่แข่ง เพราะเหตุผลว่า อาณาจักรของคุณอยู่ตรงหน้าตลอดเวลา เข้าถึงตัว และปฏิเสธได้ยาก
เกริ่นนานโคตรสำหรับเรื่องนี้ ^^’ เข้าเรื่องกันเถอะครับ
ต้นเดือนนี้ บริษัท ทรู ได้เปิดตัวสินค้าและบริการใหม่ล่าสุดที่สั่นสะเืืทือนไปหลายวงการ นั่นคือ Touch Sim ซิมมือถือที่ส่วนตัวผมถือว่าเป็นจิ๊กซอชิ้นสำคัญสุดๆ สำหรับภาพใหญ่ที่ชื่อว่า True Convergence
True Convergence คือการเชื่อมโยงทุกอย่างที่ทรูมี และทุกอย่างที่ว่าก็ตอบสนองการใช้ชีวิตของคนคนนึงในโลกทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์เน็ต, มือถือ true move, เงิน true money, รายการทีวี ubc (true visions), และคอนเทนต์ truelife ทั้งหมด 5 อย่างนี้เชื่อมโยงกันและกัน สร้างอาณาจักรของทรูขึ้นมา ถ้าคุณมีแค่ 1 คุณก็ทำอะไรได้อย่างที่ 1 ให้คุณ แต่ถ้าคุณอยากทำได้มากขึ้น คุณก็แค่ไปหา 2 มา เพราะคุณมี 1 อยู่แล้ว หรือถ้าอยากทำได้มากกว่านั้น ก็แค่ใ้ช้ 3 ด้วยเพราะคุณมีทั้ง 1 และ 2 อยู่แล้ว … ทฤษฏีนี้จริงๆ แล้วใครๆ ก็เข้าใจได้ แต่มีไม่เยอะหรอกที่ทำได้จริง ต้องใช้ทั้งกำลังคน กำลังเงิน กำลังใจ … ทุกอย่างจึงจะเกิดขึ้นได้ แต่ทรูทำได้แล้ววันนี้
Touch Sim เป็นซิมพิเศษบนมือถือทรูมูฟ ที่ทำการแปลงเครื่องมือถือปกติของคุณให้กลายเป็นกระเป๋าตัง แค่เอาไปติ๊ดๆ (แตะ) กับเครื่องรับสัญญาณ ก็จ่ายตังได้ ความแตกต่างในการจ่ายตังแบบนี้คือ คุณไม่ได้เข้าเมนูเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินเหมือนโอนเงินด้วยมือถือ หรือ เล่นเน็ตด้วยมือถือ มันแค่เหมือนกับการควักตังออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้คนขาย หรือเหมือนกับการใช้บัตรเครดิตรูดปื้ดๆ Touch Sim พัฒนาจากเทคโนโลยี RFID ความพิเศษของมันใน Touch Sim คือจิ๋วแต่เจ๋ง นึกภาพว่ามันคือบัตรติ๊ดๆ พวกบัตรรถไฟฟฟ้า หรือ บัตรเข้าประตูที่ดันมาฝังอยู่ในโทรศัพท์มือถือ Touch Sim เลยทำหน้าที่ที่มากกว่าซิมทั่วไปคือ สามารถบันทึกข้อมูลส่วนตัว เก็บข้อมูลทุกการใช้จ่ายลงไปในซิมได้ โดยข้อมูลพวกนี้จะทำการส่งไปมาเมื่อมันเจอกับ ตัวรับสัญญาณ (ทางเข้ารถไฟฟ้าหรือกล่องติ๊ดๆ ที่ประตูเ้ข้าออก) ซึ่งตัวรับสัญญาณที่ว่านี้ก็จะถูกส่งกระจายไปตามแหล่ง marketplace ต่างๆ รอบรับการขยายตัวที่ควบคู่ไปกับ Touch Sim ที่ถูกวางขายด้วยราคาถูกสุดๆ เพียงเท่านี้ lifestyle ที่ True Convergence หวังไว้ก็เป็นจริงได้ไม่ยาก ที่เหลือที่ True ต้องรีบทำก็คือ การทำการตลาด โฆษณา ไปพร้อมๆ กับขยายพันธมิตรที่พร้อมจะติดตั้งเจ้าตัวรับสัญญาณไว้รอ Touch Sim มาแตะ (น่าสนใจว่าพวกบัตร smart purse จะทำอย่างไรกับก้าวนี้ของทรู) ความเป็นไปได้และข้อเสนอของทรูที่ต้องเอาไว้มัดใจพันธมิตร หนึ่งในนั้นคือ การเก็บข้อมูลลูกค้าเพื่อนำไปใช้ทำ CRM / Loyalty Program ต่อแน่นอน (เนื่องจากความสามารถเก็บข้อมูลของ RFID) ณ ตอนนี้ข่าวที่เห็นก็เช่น ลูกค้าเมเจอร์ฯ จะพบหนังที่เคยดูไปแล้ว บวกกับเรื่องใหม่แนะนำที่สอดคล้องกับเรื่องที่คนๆ นั้นเคยดูมา หรือลูกค้าบลูโอ จะเห็นเพลงที่เคยร้องครั้งที่ผ่านมา เช่นเดียวกับเมเจอร์โบวล์จะมีคะแนนในการเล่น 3 รอบที่ผ่านมา ขนาดรองเท้า และน้ำหนักของลูกโบว์ลิ่งที่เคยใช้ เป็นต้น
ช่วงเวลาเปิดตัว Touch Sim นี้เป็นช่วงเวลาที่ฉลาดมาก เพราะอะไรรู้ไหมครับ AF season ใหม่ไงครับ แต่ไหนแต่ไร AF ก็เป็นวิธีการนำเสนอตัวอย่าง triple play ที่ชัดเจนที่สุด (ดู AF/ ใชมือถือ interact ด้วยการโหวต) การทำโฆษณาที่รับประกันว่าได้ผลที่สุดของทรู Touch Sim นี้ คือการใช้ AF พวกน้องๆ AF ก็แค่ทำตั้งใจหน้าที่ของตัวเองไป ทรูแค่หยิบยื่นสินค้าบริการใหม่ Touch Sim ที่สะดวกสบายกว่าให้กับพวกเราใช้ แล้วคอยเดินหาเจ้าเครื่องรับสัญญาณ (ที่รับประกันได้ว่าวางไว้ตามจุดใหญ่ๆ หรืองานอีเวนต์ใหญ่ๆ แน่นอน) จากนั้นก็ติ๊ดๆ โหวต โหวต โหวต แบบนี้ดีกว่าทำหนังโฆษณาเยอะเลยใช่ไหมครับ? …ไม่ได้บอกว่าทรูจะไม่ทำหนัง แน่นอนต้องมี แต่เทียบกับกระแสของ AF แล้ว เกาะตามไป ไหลแรงกว่าเยอะครับ แล้วเชื่อไหมครับ ปีนี้เดาได้เลยว่า AF จะต้องเข้มข้นและมีอะไรแปลกๆ ให้ติดตามแน่นอน แค่หน้าตาของนักล่าฝันปีนี้ก็ชวนให้ติดตามแล้วครับ
โฉมหน้าแม่ทัพ และเหล่า “presenter โดยปริยาย” ทั้ง 16 คน (ปีนี้มี 16 คน???)


